รอยยิ้มอาบยาพิษในวันวิวาห์: เมื่อเสียงกระซิบของน้องชายกระชากหน้ากากฆาตกร…

และตัวตนสุดสะพรึงของชายที่ฉันเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน!
แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ กระทบกับชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยลูกไม้ฝรั่งเศสและเพชรแท้ เสียงเพลงวอลทซ์บรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและสมบูรณ์แบบ แขกเหรื่อระดับวีไอพีนับพันคนในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูต่างปรบมือเกรียวกราว เมื่อฉันและ ‘กวินทร์’ เจ้าบ่าวผู้เพียบพร้อม กำลังจับมือกันเพื่อเตรียมตัดเค้กแต่งงานเจ็ดชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเวที
กวินทร์คือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของฉันและทุกคน เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อ อบอุ่น และแสนดี เขาคือคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตฉันในช่วงเวลาที่ฉันมืดมนที่สุด… เมื่อแปดเดือนก่อน พ่อและแม่ของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทิ้งให้ฉันและ ‘นนท์’ น้องชายวัยสิบเก้าปี ต้องเผชิญกับความสูญเสียและภาระในการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน กวินทร์คือคนที่คอยซับน้ำตา จัดการงานศพ และช่วยประคับประคองธุรกิจจนผ่านวิกฤตมาได้ ฉันหลงรักเขาหมดหัวใจ และเชื่อว่าเขาคือของขวัญจากฟ้าที่ส่งมาทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป
มือหนาและอบอุ่นของกวินทร์กุมทับมือของฉันที่จับด้ามมีดตัดเค้กสีเงินวาววับ เขาก้มลงมากระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุน “ผมรักคุณนะ มีนา… เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”
ฉันยิ้มกว้างจนน้ำตาแทบจะเอ่อล้นออกมาด้วยความสุข แต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะสัมผัสลงบนเนื้อเค้กนั้นเอง…
“เดี๋ยวครับ!”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นขัดจังหวะ นนท์ น้องชายของฉันก้าวขึ้นมาบนเวทีด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มกรอบหน้า แววตาของเขาเบิกกว้างและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด แขกในงานเริ่มส่งเสียงซุบซิบ กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มอันแสนสุภาพเอาไว้
“มีอะไรหรือเปล่านนท์? พี่กำลังจะตัดเค้กนะ” ฉันถามด้วยความประหลาดใจ
นนท์ไม่ตอบ เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาฉันแล้วดึงร่างของฉันเข้าไปกอดไว้แน่น… แน่นจนฉันรู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจากตัวเขา มันไม่ใช่การกอดเพื่อแสดงความยินดีในวันแต่งงาน แต่มันคือการกอดของคนที่กำลังหวาดกลัวสุดขีด
และในวินาทีนั้นเอง นนท์ก็กระซิบที่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและสั่นเครือที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา…
“ผลักเขาออกไปเดี๋ยวนี้! ผลักมันออกไป พี่มีนา!”
ฉันตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบ “นนท์… พูดเรื่องอะไร…”
“ดูนี่!” นนท์ผละออกจากตัวฉันอย่างรวดเร็ว แล้วยัดโทรศัพท์มือถือของเขาใส่มือฉัน หน้าจอถูกเปิดค้างไว้ที่เอกสารลับบางอย่างที่มีตราประทับของตำรวจสากล (Interpol) และไฟล์เสียงที่ถูกถอดรหัส
ฉันก้มลงมองหน้าจอด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาของฉันจะเบิกกว้างจนสุดขีด…
ภาพถ่ายบนเอกสารนั้นคือใบหน้าของกวินทร์… ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉัน แต่ชื่อในเอกสารกลับเขียนว่า ‘ศิลา วงศ์สุทัศน์’ อาชญากรที่ทางการต้องการตัวในข้อหาฉ้อโกงและฆาตกรรมอำพราง!
ข้อมูลในหน้าจอระบุชัดเจนว่า ศิลาคือสิบสองมงกุฎระดับพระกาฬที่มักจะปลอมแปลงโปรไฟล์เพื่อเข้าหาทายาทสาวเศรษฐีที่กำพร้า เขาแต่งงานกับผู้หญิงมาแล้วสามคน และภรรยาทุกคนของเขา ‘เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ’ ระหว่างฮันนีมูน โดยที่เขารับเงินประกันและมรดกทั้งหมดไปเสวยสุข!
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแหลกสลายและเลือดในกายเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ คือไฟล์เสียงสั้นๆ ที่นนท์แอบกู้คืนมาจากระบบคลาวด์ส่วนตัวของกวินทร์… มันคือเสียงของกวินทร์ที่กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนเมื่อแปดเดือนก่อน
(“ตัดสายเบรกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? ดี… ทำให้มันดูเหมือนอุบัติเหตุรถเสียหลักตกเขาให้เนียนที่สุด พอตาแก่ยายแก่นั่นตาย นังลูกสาวก็จะไม่เหลือใคร แล้วฉันจะสวมบทพระเอกขี่ม้าขาวเข้าไปปลอบใจมันเอง… หุ้นหมื่นล้านจะต้องเป็นของฉัน”)
ฆาตกร…
ผู้ชายที่ฉันรักจนหมดหัวใจ ผู้ชายที่ยืนส่งยิ้มละมุนให้ฉันในชุดเจ้าบ่าว คือคนที่สั่งฆ่าพ่อกับแม่ของฉัน!
“มีอะไรหรือเปล่าครับที่รัก? น้องนนท์เอาอะไรให้ดูเหรอ?” กวินทร์… หรือศิลา เอื้อมมือมาหาฉันด้วยรอยยิ้มที่เคยทำให้ฉันใจละลาย แต่ตอนนี้มันกลับดูบิดเบี้ยวและน่าสะอิดสะเอียนจนอยากจะอาเจียน
“อย่าเข้ามานะ!!”
ฉันกรีดร้องสุดเสียง พร้อมกับใช้สองมือผลักอกเขาออกไปอย่างแรงจนกวินทร์เสียหลักล้มกระแทกโต๊ะเค้ก!
โครม!!
เค้กแต่งงานเจ็ดชั้นล้มครืนลงมาพังพินาศ ครีมและน้ำตาลกระจัดกระจายเต็มเวที แขกเหรื่อทั้งงานหวีดร้องด้วยความตกตะลึง เสียงดนตรีหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศแห่งความสุขแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในพริบตา
“พี่มีนา ถอยออกมา!” นนท์ดึงแขนฉันไปหลบอยู่ด้านหลังเขา
กวินทร์ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น ท่ามกลางเศษเค้กที่เลอะเทอะชุดสูทราคาแพง เขาปัดฝุ่นออกจากตัวช้าๆ รอยยิ้มแสนดีและท่าทางอบอุ่นหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและอำมหิตอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“รู้จนได้สินะ…” กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นแหบพร่าและโรคจิตจนน่าขนลุก “ฉันอุตส่าห์เล่นบทเจ้าบ่าวแสนดีมาตั้งหลายเดือน กะว่าคืนนี้จะให้รางวัลตัวเองซะหน่อย… แกนี่มันสอดรู้สอดเห็นจริงๆ นะไอ้น้องชาย”
“แกมันไอ้ฆาตกร! แกฆ่าพ่อกับแม่ฉัน!” ฉันตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาแห่งความแค้นและความเสียใจไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ มือที่ถือมีดตัดเค้กสั่นระริก ฉันอยากจะพุ่งเข้าไปแทงผู้ชายตรงหน้าให้ตายตกไปตามกัน
“โธ่ มีนา… อย่าโกรธกันสิครับ” กวินทร์ก้าวเข้ามาหาอย่างคุกคาม “คุณควรจะขอบคุณผมนะ ที่ทำให้บริษัทของคุณรอดมาได้… ถึงยังไงวันนี้คุณก็จดทะเบียนสมรสกับผมแล้ว ตามกฎหมาย ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของคุณคือของผม และถ้าคุณเกิด ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ ในห้องหอคืนนี้… ทุกอย่างก็จะเป็นของผมคนเดียว!”
พูดจบ กวินทร์ก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หวังจะหยิบอาวุธที่ซ่อนไว้ออกมา
แต่เขาก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียว… เพราะนนท์ไม่ได้มาเตือนฉันเพียงลำพัง
“หยุด! ตำรวจ! ยกมือขึ้นแล้วทิ้งอาวุธเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วห้องบอลรูม แขกเหรื่อหลายสิบคนที่แต่งตัวเป็นนักธุรกิจและญาติผู้ใหญ่ แท้จริงแล้วคือตำรวจนอกเครื่องแบบที่นนท์แอบประสานงานไว้ล่วงหน้า พวกเขาวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมเวทีพร้อมกับชักปืนขึ้นเล็งไปที่กวินทร์ทุกทิศทาง ประตูห้องบอลรูมเปิดผางออกพร้อมกับกองกำลังตำรวจหน่วยสวาทที่บุกเข้ามาควบคุมพื้นที่
กวินทร์ชะงัก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อรู้ตัวว่าจนมุม เขาหันมามองฉันด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย “ฝากไว้ก่อนเถอะนังมีนา!”
เขาพยายามจะวิ่งหนีออกทางหลังเวที แต่ตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนพุ่งเข้าชาร์จตัวเขากระแทกลงกับพื้นอย่างแรง เสียงกุญแจมือสับล็อกดังกริ๊ก เป็นอันสิ้นสุดอิสรภาพของฆาตกรเลือดเย็นที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้คราบเทพบุตร
ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเวทีอย่างหมดแรง มีดตัดเค้กหลุดจากมือหล่นกระทบพื้น นนท์รีบคุกเข่าลงมากอดฉันไว้แน่น เราสองพี่น้องร้องไห้โฮออกมาท่ามกลางความวุ่นวายและซากปรักหักพังของงานวิวาห์ลวงโลก
“พี่ปลอดภัยแล้วนะ… พ่อกับแม่ได้รับความยุติธรรมแล้ว” นนท์กระซิบพลางลูบหัวฉัน
ฉันมองตามร่างของกวินทร์ที่ถูกตำรวจลากตัวออกไปจากห้องบอลรูมอย่างทุลักทุเล หน้ากากเจ้าบ่าวแสนดีถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี ทิ้งไว้เพียงความจริงที่โหดร้ายและบาดแผลลึกในหัวใจ… แต่ในความโชคร้ายนั้น ฉันก็ยังรู้สึกขอบคุณสวรรค์ ที่เสียงกระซิบของน้องชายในวินาทีสุดท้าย ได้ฉุดรั้งฉันไว้จากการเดินเข้าสู่ประตูนรก และทำให้ฉันรอดพ้นจากการเป็นเหยื่อรายต่อไปของปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ได้อย่างหวุดหวิด.



